วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ระบบคอมพิวเตอร์

ระบบคอมพิวเตอร์ 
                   
                    ในความเป็นจริงแล้วตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราเห็นๆกันอยู่นี้เป็นเพียงองค์ประกอบส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ถ้าต้องการให้เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่เราต้องการนั้นจำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบพื้นฐาน 4  ประการ มาทำงานประสานร่วมกัน ซึ่งองค์ประกอบพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วย


1. ฮาร์ดแวร์

                    หมายถึง อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นโครงร่างสามารถมองเห็นด้วยตาและสัมผัสได้ (รูปธรรม) เช่น จอภาพ คีย์บอร์ด เครื่องพิมพ์ เมาส์ เป็นต้น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ตามลักษณะการทำงานได้ 3 หน่วย คือ

                    หน่วยรับคำสั่งหรือข้อมูล (Input Unit:IU)   คือเป็นส่วนที่ทำหน้าที่นำข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นตัวกลางเชื่อมโยงจากมนุษย์สู่เครื่องคอมพิวเตอร์ (เสมือนเป็นประสาทสัมผัสของคอมพิวเตอร์ ในการรับคำสั่งหรือข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลต่อไป)  



                    หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit:CPU)   หน่วยประมวลผลกลางเป็นศูนย์กลางการประมวลผลของทั้งระบบ เปรียบเสมือนกองบัญชาการ หรือ ส่วนของศีรษะของมนุษย์ ที่มีผู้บัญชาการ หรือสมองอยู่ภายใน ภายในหน่วยประมวลผลกลางนี้ จะเป็นการทำงานประสานกันระหว่าง 2 ส่วนหลัก คือ  ส่วนประมวลผล (Processor)  และ ส่วนความจำหลัก (Main Memory หรือ Primary Storage)






                   หน่วยแสดงผล  (Output Unit:OU)    หน่วยแสดงผล (Output Unit)  มีอุปกรณ์ส่งออก (output device) ทำหน้าที่แสดงผลจากการประมวลผล โดยนำผลที่ได้ออกจาก หน่วยความจำหลักแสดง ให้ผู้ใช้ได้เห็นทางอุปกรณ์ส่งออก อุปกรณ์ส่งออกที่นิยมใช้ส่วนใหญ่ มีดังต่อไปนี้
1.จอภาพ (Monitor)


2.เครื่องพิมพ์ (Printer)

                  เครื่องพิมพ์ (Computer printer) คืออุปกรณ์ที่จะแปลการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ออกมาในรูปแบบกระดาษ ทั้งรูปภาพและอักษร เครื่องพิมพ์แบ่งออกเป็น 4 ประเภท

1.เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ (Dot-matrix printer)                 การทำงานของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือจะใช้การสร้างจุดลงบนกระดาษ ซึ่งหัวพิมพ์จะมีลักษณะเป็นหัวเข็ม เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ หัวเข็มที่อยู่ในตำแหน่งตามรูปประกอบนั้นๆ จะยื่นออกมามากกว่าหัวอื่นๆ และกระแทกกับผ้าหมึกลงกระดาษที่ใช้พิมพ์ จะทำให้เกิดจุดมากมายประกอบกันเป็นรูปเกิดขึ้นมา เครื่องพิมพ์ประเภทนี้เป็นที่นิยมกันอย่างมากเพราะมีราคาถูกและคุณภาพเหมาะสมกับราคา แต่ข้อเสียคือเวลาสั่งพิมพ์จะเกิดเสียดังพอสมควร
     เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ ในปัจจุบันส่วนใหญ่ นิยมใช้กันมี 3 แบบ
1.เครื่องพิมพ์แบบ 9 เข็ม
2.เครื่องพิมพ์แบบ 24 เข็ม
3.เครื่องพิมพ์แบบ 32 เข็ม
4.เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Inkjet printers)



                    หรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทำงานโดยการพ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ เครื่องพิมพ์จะทำการพ่นหมึกออกตามแต่ละจุดในตำแหน่งที่เครื่องประมวลผลไว้อย่างแม่นยำ ตามความต้องการของเรา ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ โดยรูปที่มีความซับซ้อนมากๆเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ชัดเจนและคมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์ 
2.เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser printer)


เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษร ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีคุณภาพสูงมาก และราคาเครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะทำงานได้เร็วกว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้งด้านความคมชัดและรายละเอียดทำออกมาได้ดีกว่าแบบพ่นหมึกมาก




3.ลำโพง (Speaker)






 ลำโพง เป็นอุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ที่อยู่ในรูปของเสียง สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านแผงวงจรเกี่ยวกับเสียง (Sound card) ซึ่งมีหน้าที่แปลงข้อมูลดิจิทัลไปเป็นเสียง 


4. ซอฟต์แวร์
             ส่วนที่มนุษย์สัมผัสไม่ได้โดยตรง (นามธรรม) เป็นโปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงเป็นเหมือนตัวเชื่อมระหว่างผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์เราก็ไม่สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้เลย
            ในบรรดาซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์มีมากมาย ซอฟต์แวร์เหล่านี้อาจได้รับการพัฒนาโดยผู้ใช้งานเอง หรือผู้พัฒนาระบบ หรือผู้ผลิตจำหน่าย หากแบ่งแยกชนิดของซอฟต์แวร์ตามสภาพการทำงาน พอแบ่งแยกซอฟต์แวร์ได้เป็นสองประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (system software) และซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software)
2.1ซอฟต์แวร์ระบบ   ซอฟต์แวร์ที่บริษัทผู้ผลิตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จัดการกับระบบ หน้าที่การทำงานของซอฟต์แวร์ระบบคือดำเนินงานพื้นฐานต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น รับข้อมูลจากแผงแป้นอักขระแล้วแปลความหมายให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ นำข้อมูลไปแสดงผลบนจอภาพหรือนำออกไปยังเครื่องพิมพ์ จัดการข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูลบนหน่วยความจำรอง   แบ่งได้เป็น
2.1.1  ระบบปฏิบัติการ (Operating System:OS)  ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ เป็นสื่อกลางระหว่างโปรแกรมประยุกต์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการจัดการทรัพยากรของคอมพิวเตอร์   เป็นโปรแกรมที่คอมพิวเตอร์ขาดไม่ได้ นั่นหมายความว่า เมื่อเราประกอบเครื่องเสร็จแล้ว  ก่อนเราจะเปิดเครื่องขึ้นมาใช้งานได้ เราต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการเสียก่อน  แล้วจึงติดตั้งโปรแกรมประยุกต์อื่นๆ ลงไปได้ ตัวอย่างของโปรแกรมระบบปฏิบัติการ
Windows ME,Windows 95,Windows 98,Windows 2000,Windows XP,Windows 7  Dos  , Linux ,Unix  ,Mac OS เป็นต้น




2.1.2 โปรแกรมแปลภาษา   ใช้สำหรับเป็นตัวกลางระหว่างโปรแกรมประยุกต์ และระบบปฏิบัติการ  ใช้แปลงภาษาของต้นฉบับโปรแกรม ไปเป็นภาษาเครื่อง
2.1.3 โปรแกรมอรรถประโยชน์  เป็นโปรแกรมที่เสริมโปรแกรมระบบปฏิบัติการให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้น เช่น โปรแกรมบีบอัดไฟล์  , โปรแกรมเขียนซีดี/ดีวีดี .โปรแกรมสแกนไวรัส เป็นต้น
2.2ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)     เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้กับงานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ปัจจุบันมีผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานทางด้านต่าง ๆ ออกจำหน่ายมาก การประยุกต์งานคอมพิวเตอร์จึงกว้างขวางและแพร่หลาย เราอาจแบ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์ออกเป็นสองกลุ่มคือ ซอฟต์แวร์สำเร็จ และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใช้งานเฉพาะ ซอฟต์แวร์สำเร็จในปัจจุบันมีมากมาย (การจะเลือกมาใช้ต้องดูว่า โปรแกรมนั้น สามารถใช้กับระบบปฏิบัติการใด เพราะระบบปฏิบัติการจะไม่เข้าใจภาษาที่ข้ามระบบกัน)  สามารถแบ่งตามการประยุกต์ใช้งานได้ดังนี้
2.2.1   ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ด้านตารางคำนวณ เช่น Microsoft Excel
2.2.2  ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ด้านประมวลคำ  เช่น Microsoft Word
2.2.3  ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ด้านงานนำเสนอ เช่น Microsoft PowerPoint
2.2.4 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ด้านฐานข้อมูล เช่น Microsoft Access
2.2.5 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ด้านกราฟิก  เช่น  Adobe Photoshop
2.2.6 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ด้านมัลติมีเดีย เช่น  Adobe Flash
เป็นต้น




บุคลากร
                บุคลากร คือ บุคลากรทางคอมพิวเตอร์ ทั้งที่มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ขั้นสูง ไปจนกระทั่งถึงผู้ที่ใช้อย่างเดียว ตัวอย่างบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ มีดังนี้
  1. ผู้บริหารระดับสูง  เป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในองค์กร
  2. นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst)  เป็นผู้วิเคราะห์และออกแบบระบบงานต่างๆ  เพื่อจะนำมาออกแบบเป็นโปรแกรมต่อไป
  3. นักบริหารฐานข้อมูล (Database Administrator)  เป็นผู้จัดสรร ออกแบบระบบฐานข้อมูล และดูแลระบบฐานข้อมูล ให้ฐานข้อมูลมีประสิทธิภาพ
  4. นักเขียนโปรแกรม (Programmer)  เป็นผู้เขียนโปรแกรมตามระบบที่ได้ออกแบบไว้แล้วจากนักวิเคราะห์ระบบ  แต่องค์กรเล็กๆ บางที่ นักเขียนโปรแกรมก็วิเคราะห์และออกแบบเอง
  5. นักปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (Computer Operator) เป็นผู้ดูแลและสั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงานเป็นไปตามที่นักเขียนโปรแกรมต้องการ
  6. ผู้ใช้คอมพิวเตอร์  (User)  เป็นผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป  ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ อาจเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี หรืออาจเป็นผู้ที่มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์น้อยก็ได้
ข้อมูล (Data) 
            ข้อมูล เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกประการหนึ่งของระบบสารสนเทศ อาจจะเป็นตัวชี้ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของระบบได้ เนื่องจากจะต้องมีการเก็บข้อมูลจากแหล่งกำเนิด ข้อมูลจะต้องมีความถูกต้อง มีการกลั่นกรองและตรวจสอบแล้วเท่านั้นจึงจะมีประโยชน์ ข้อมูลจำเป็นจะต้องมีมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้งานในระดับกลุ่มหรือระดับองค์กร ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการจัดเก็บที่เป็นระบบระเบียบเพื่อการสืบค้นที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ












กำลังโหลด...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น